- Brand Finance จัดอันดับให้ Royal Enfield เป็นแบรนด์ยานยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับ 3 ของโลก ในรายงาน Automotive Industry 2026
- Royal Enfield ทำคะแนน Brand Strength Index (BSI) สูงถึง 88.9/100 พร้อมระดับ AAA และมีมูลค่าแบรนด์เติบโตขึ้น 30% แตะ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์มอเตอร์ไซค์ระดับโลกที่เติบโตจากเส้นทางเฮอริเทจกว่า 125 ปี สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้การขับขี่ที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกผ่านแนวคิด “Pure Motorcycling”
กรุงเทพฯ, 14 พฤษภาคม 2569 – โรยัล เอ็นฟิลด์ (Royal Enfield) ผู้นำระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc–750cc) ได้รับการจัดอันดับให้เป็น แบรนด์ยานยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับ 3 ของโลก โดย Brand Finance ในรายงาน Automotive Industry 2026 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำตำแหน่งของ Royal Enfield ในฐานะแบรนด์มอเตอร์ไซค์ระดับโลกที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการขับขี่ในระดับสากล
การจัดอันดับครั้งนี้ทำให้ Royal Enfield ก้าวขึ้นไปอยู่ท่ามกลางแบรนด์ยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของโลก พร้อมสะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวระดับโลกที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันก็เดินหน้าสร้างอนาคตใหม่ให้กับโลกของมอเตอร์ไซค์อย่างต่อเนื่อง
Royal Enfield ทำคะแนน Brand Strength Index (BSI) ได้สูงถึง 88.9 จาก 100 คะแนน พร้อมได้รับการจัดอันดับระดับ AAA และยังมีมูลค่าแบรนด์เติบโตขึ้นถึง 30% สู่มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในฐานะแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่มีการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก Royal Enfield มีมรดกแบรนด์ยาวนานกว่า 125 ปี และได้พัฒนาสู่หนึ่งในแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่รักของผู้ขับขี่ทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์ด้านดีไซน์เหนือกาลเวลา คาแรกเตอร์ที่สะท้อนตัวตน และปรัชญาการขับขี่ “Pure Motorcycling”
ปัจจุบัน Royal Enfield มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 80 ประเทศทั่วโลก พร้อมเครือข่ายร้านค้ากว่า 3,200 แห่ง โรงงานประกอบ CKD ระดับนานาชาติ 7 แห่ง และคอมมูนิตี้ผู้ขับขี่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก
Royal Enfield ยังครองตำแหน่งที่แข็งแกร่งในหลากหลายตลาดสำคัญทั่วโลก ตั้งแต่ Melbourne, Munich, Rio รวมถึงกรุงเทพ และยังคงสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ขับขี่ที่เชื่อมโยงกันผ่านแพสชันในการขับขี่ ไลฟ์สไตล์ และจิตวิญญาณของ Pure Motorcycling
ไลน์อัพของ Royal Enfield ในปัจจุบันครอบคลุมรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป 14 รุ่น ได้แก่ กลุ่ม Heritage, Cruiser, Roadster, Adventure และ Pure Sport ซึ่งสะท้อนความสามารถของแบรนด์ในการผสานมรดกดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยสำหรับผู้ขับขี่ในแต่ละตลาดทั่วโลก
ล่าสุด Royal Enfield ยังได้ขยายสู่โลกของยานยนต์ไฟฟ้าผ่านแบรนด์ใหม่ Flying Flea ในกลุ่ม city+ electric mobility พร้อมเปิดตัว Flying Flea C6 ที่สะท้อนแนวคิดใหม่ของการเดินทางในเมืองแห่งอนาคต
ความแข็งแกร่งของ Royal Enfield ยังสะท้อนผ่านรางวัลและการยอมรับในด้านคุณภาพและเครือข่ายพันธมิตร โดยล่าสุด Royal Enfield ได้รับการจัดอันดับสูงสุดด้านคุณภาพเริ่มต้นของรถจักรยานยนต์สองล้อในผลสำรวจ J.D. Power 2025 Study รวมถึงได้รับอันดับ 1 ในการสำรวจความพึงพอใจของผู้แทนจำหน่ายจาก Federation of Automobile Dealers Associations (FADA) อีกด้วย
เกี่ยวกับ โรยัล เอ็นฟิลด์ (Royal Enfield)
Royal Enfield คือแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่มีการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก โดยได้สร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่มีความประณีตงดงามและคงเอกลักษณ์มาตั้งแต่ปี 1901 ด้วยรากฐานจากสหราชอาณาจักร Royal Enfield ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตในเมือง Madras ประเทศอินเดีย ในปี 1955 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ Royal Enfield ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางในประเทศอินเดีย รถจักรยานยนต์ของ Royal Enfield มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ ไม่ซับซ้อน เข้าถึงได้ง่าย และสนุกสนาน เป็นยานพาหนะสำหรับการสำรวจโลกและแสดงออกถึงตัวตน ซึ่งแบรนด์เรียกแนวทางนี้ว่า ‘Pure Motorcycling’
ไลน์อัพระดับพรีเมียมของ Royal Enfield ประกอบด้วย Bear 650, Classic 650, Bullet 650 และ Guerrilla 450 Modern Roadster รวมถึง Hunter 350, Meteor 350, Super Meteor 650, Interceptor 650 และ Continental GT 650 ในตระกูล Twin, Shotgun 650, Himalayan 450, Scram 440 ADV Crossover รวมถึงรุ่นอันเป็นตำนานอย่าง Bullet 350, Classic 350 และ Goan Classic 350นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวแบรนด์รถไฟฟ้าเพื่อการเดินทางในเมืองรุ่นใหม่ล่าสุด — Flying Flea — แนวคิดใหม่ด้านการเดินทางในเมืองที่ผสมผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง
Royal Enfield ให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะชุมชนนักขี่และผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ ผ่านการจัดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และนานาชาติ กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดได้แก่ Motoverse (เดิมชื่อ Rider Mania) งานรวมตัวประจำปีของผู้หลงใหลใน Royal Enfield นับพันคนจากทั่วโลก ณ เมืองโกอา ประเทศอินเดีย และ Himalayan Odyssey การเดินทางประจำปีผ่านเส้นทางที่ท้าทายที่สุด และช่องเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาหิมาลัย
Royal Enfield ในฐานะส่วนหนึ่งของ Eicher Motors Limited บริษัทได้ดำเนินธุรกิจผ่านเครือข่ายร้านค้ากว่า 2,074 แห่ง ครอบคลุมเมืองหลักและเมืองสำคัญทั่วประเทศอินเดีย รวมถึงอีก 1,212 แห่งในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ Royal Enfield ยังมีศูนย์เทคนิคระดับโลก 2 แห่ง ได้แก่ Bruntingthorpe สหราชอาณาจักร และเจนไน ประเทศอินเดีย พร้อมด้วยโรงงานผลิตที่ทันสมัย 3 แห่งในเมือง Cheyyar, Oragadam และ Vallam Vadagal ใกล้เมืองเจนไน และมีโรงงานประกอบ CKD ที่ทันสมัยอีก 7 แห่งทั่วโลก ได้แก่ในบังกลาเทศ เนปาล บราซิล (2 แห่ง) ไทย อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย
