เพ็ญจันทร์ ล้อสีทอง” หวังปั้นแบรนด์ ‘ปลาสลิดติดบ้าน’ ช่วยวิสาหกิจชุมชน

Apisara
0 0
Read Time:6 Minute, 38 Second

ผู้บริหารคนเก่ง คุณเพ็ญจันทร์ ล้อสีทอง CEO หญิงเก่งคนนี้นอกจากความประทับใจในบุคลิกภาพอันสง่างาม มีความเป็นผู้นำของเธอแล้ว เมื่อได้พูดคุยกันก็ยิ่งรู้สึกทึ่งกับความสามารถในการบริหารธุรกิจของครอบครัว ที่ปัจจุบันมีอยู่ถึง 4 ธุรกิจด้วยกัน คือ  ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงงานอาหารแช่แข็ง , ธุรกิจเกี่ยวกับผู้ตรวจสอบบัญชีวางแผนและวางระบบให้กับบริษัทต่างๆ ต่อด้วย ธุรกิจเกี่ยวกับสำนักงานบัญชี ปิดท้ายด้วย บริษัท เอสพีเจ กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าแบรนด์ ‘ปลาสลิดติดบ้าน’ ที่เปิดตัวไปแล้วและกำลังขยายตลาดเมืองไทยในแล้วตอนนี้

เธอเล่าให้ฟังว่า ..” ดิฉันกลับจากสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2014 หลังจากที่ไปอยู่ดูแลธุรกิจอาหารแช่แข็งของครอบครัว นั่นก็คือ บริษัท ไอทีฟู้ดฯ มาสิบกว่าปี พอกลับมาเมืองไทยดิฉันก็ยังคงช่วยดูแลธุรกิจของบริษัทอยู่ ซึ่งจะมีพี่ๆ น้องๆ ของเราเป็นผู้ถือหุ้น รวมทั้งผู้ถือหุ้นอื่น ๆ ด้วย โดยหน้าที่ของดิฉันก็คือ ดูแลบริษัทให้ทำรายได้ตอบแทนผู้ถือหุ้น รวมทั้ง เรื่องเงินเดือนของพนักงานทุกคน เนื่องจากบริษัทเราเป็นบริษัทขนาดกลางที่มีรายได้ปีละประมาณ 300 ล้านบาท   แน่นอนว่า การทำงานทุกอย่างย่อมมีอุปสรรคเข้ามาให้แก้ไขอยู่เสมอ แต่คุณเพ็ญจันทร์ ก็ยึดถือคติประจำใจที่ว่า “ปัญหาทุกปัญหามีทางแก้เสมอ” เพราะถ้าไม่มีปัญหาเข้ามาให้แก้ไข ก็จะไม่เกิดปัญญาขึ้นมาได้… ”เวลาเกิดปัญหา ดิฉันจะมีหลักเกณฑ์ 3 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอ นั่นก็คือ เวลา สติ และเงิน เพราะถ้า เรามี 3 ข้อนี้พร้อมอยู่แล้ว เมื่อเกิดปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ในการทำงาน ดิฉันมั่นใจว่าจะใช้ทั้ง 3 สิ่งที่มีนี้แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี พูดง่ายๆ ว่าประสบการณ์จะเป็นครูสอนเรา แล้วเรายังสามารถนำประสบการณ์ ที่ผ่านมานั้น มาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่เข้ามาในการทำธุรกิจใหม่อย่างการทำสินค้าแบรนด์ปลาสลิดติดบ้าน ด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องเรียนรู้กันไป

สำหรับสินค้าแบรนด์ปลาสลิดติดบ้านบ้าง ดิฉันเริ่มต้นธุรกิจนี้เมื่อปลายปี 2019 จุดเริ่มต้นก็สืบเนื่องมาจากบริษัทแรกซึ่งทำธุรกิจอาหารแช่แข็งส่งขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตที่สหรัฐฯ เป็นส่วนใหญ่นั่นแหละค่ะ คือช่วงหนึ่งดิฉันต้องไปบริหารงานที่สหรัฐฯ ประมาณ 15 ปีทำให้รู้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งนั้นลูกค้าตอบรับดีมาก ยอดขายไม่เคยตกเลย ได้แก่ปลาสลิดฯ โดยเฉพาะโซนที่คนเอเชียอาศัยอยู่ด้วยแล้ว ยิ่งชอบมาก ส่วนเหตุผลที่เริ่มต้นทำแบรนด์ปลาสลิดติดบ้าน ก็เพราะพอกลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว รู้สึกว่าตัวเองมีเวลาว่างเยอะมาก คือดิฉันจะเข้าไปตรวจโรงงานแค่สัปดาห์ละ 1 วันเท่านั้น เนื่องจากเรามีลูกน้องที่ดูแลบริหารโรงงาน ให้อยู่แล้ว ที่จริงแรกเริ่มเลยดิฉันเปิดบริษัทตรวจสอบบัญชีก่อนในปี 2015 ตามด้วยบริษัทเซ็ตอัพสำนักงานบัญชีในปี 2018 เมื่อทุกอย่างอยู่ตัวก็ปล่อยให้ลูกน้องดูแล

พอเดือนพฤศจิกายน 2019 ดิฉันจึงเปิดบริษัท เอสพีเจ กรุ๊ป ประเทศไทยฯ และสร้างแบรนด์ปลาสลิดติดบ้านขึ้นมา เนื่องจากตอนนั้นตัวเองอยากทานมาก แต่ หาซื้ออยากจัง แล้วอีกอย่างปลาสลิดที่ขายตามตลาดทั่วไป พอลองทานแล้ว ทั้งรสชาติและกลิ่นของมันนั้น เรารู้สึกว่ายังคุณภาพไม่ดีพอ แถมปลายังตัวเล็กมาก แม้จะเดินดูหลายตลาดแล้วก็ยังไม่เป็นที่พอใจ แพ็กเกจจิ้งก็ไม่มี เวลาจะส่งให้ใครก็ไม่สะดวก เพราะด้วยกลิ่นที่แรงของมันน่ะแหละค่ะ”

เมื่อคิดได้แบบนั้น ผู้บริหารหญิงเก่งก็เดินหน้าเริ่มต้นธุรกิจด้วยการให้ฝ่ายจัดซื้อของ บริษัท ไปสั่งซื้อปลาสลิดจากวิสาหกิจชุมชนของ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่จะเพาะเลี้ยงปลาคุณภาพ ปลอดเชื้อ ไม่มีสารเคมีตกค้างที่ก่อให้เกิดมะเร็งด้วย การเลี้ยงปลาตามธรรมชาติ จากนั้นจึงนำปลาที่สั่งซื้อมาผ่านไลน์การผลิตที่โรงงาน คือทำความสะอาด หมักเกลือ แล้วนำมาตากแดดในโดม จนออกมาเป็นแพ็กเกจจิ้งที่สวยงาม และสะดวกต่อการขนส่ง ยิ่งเมื่อลองรับประทานก รู้สึกได้ว่าอร่อย มีคุณภาพ สามารถหยิบขึ้นมาทอดหรือทำอาหารได้เลย สมกับชื่อของแบรนด์ “ปลาสลิดติดบ้าน” เชียวละ

“จุดเด่นของปลาสลิดติดบ้านก็คือ กรรมวิธีการผลิตที่นำปลามาตากแดดในโดมปิด จึงมั่นใจในความสะอาด ไม่มีแมลงวัน และยาฆ่าแมลง ที่สำคัญเราใช้ปลาตัวเมียที่มีเนื้อเยอะมีไข่ โดยคัดไซส์ขนาดตัวเท่ากันหมดในแพ็กเดียว แล้วยังผ่านการฟรีซที่อุณหภูมิ-40 องศาฯ แบบใส่ถาดเหล็กเรียงกันสองชั้น พร้อมทั้งเข็นเข้าห้องเย็นซึ่ง เป็นการถนอมอาหารแบบคุณภาพไม่เปลี่ยน ที่สำคัญเกล็ดน้ำแข็งจะไม่แทรกเข้าไปในเนื้อปลา โดยเราจะนำปลาเข้าห้องฟรีซครั้งละ 8 ตัน และด้วยความที่เราตากแดดเสร็จแล้วนำเข้าฟรีซภายใน 3 ชั่วโมง จึงทำให้ปลาไม่มีกลิ่นเหม็นตุ เนื่องจากได้ตากแดดในปริมาณที่พอเหมาะ 1 แดด

จุดสำคัญอีกอย่างก็คือโดมตากปลา ของเรานั้นสามารถรวบรวมพลังงานแสงอาทิตย์ให้มีความร้อนที่มากกว่าใช้แดดธรรมดาราวๆ 36-38 องศาฯ แม้วันไหนไม่มีแดด แต่โดมก็จะเก็บความร้อนไว้ได้สูงกว่าภายนอก 2-5 องศาฯ ทาให้น้ำมันที่ผิวปลาออกมาหมด ปลาจึงไม่มีกลิ่นเหม็นหืน แถมแต่ละแพ็กที่บรรจุปลาสลิดก็จะมีกระดาษซับน้ำทุกตัวเลยค่ะ เมื่อมีการขนส่งก็จะมี Dry Ice -ดรายไอซ์ที่ช่วยเก็บรักษาอุณหภูมิด้วย ดังนั้น หากไปเก็บต่อในช่องฟรีซก็จะเก็บได้นานถึง 6 เดือน แต่ถ้าเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาก็จะเก็บได้ 1 เดือน แล้วเรายังแวคคัมปลาแบบถุงละ 1 ตัว ซึ่งข้อดีก็ คือหากรับประทานไม่หมดก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องฟรีซเซอร์เบิร์น อีกอย่างกล่องแพ็กเกจจิ้งยังสวยงาม สามารถเก็บความเย็นได้นานเวลาขนส่งหลายวันโดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องคุณภาพ รวมทั้งมีการใช้กล่องโฟมและดรายไอซ์ในการขนส่งด้วย พูดได้ว่าเราผลิตสินค้าด้วยความใส่ใจและดูแลเรื่องคุณภาพจนถึงมือผู้บริโภคทุกคน ที่ สำคัญสินค้าเรามี อย.ครบถ้วนค่ะ”

คุณเพ็ญจันทร์ ยังได้เสริมว่า ได้วางกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าแบรนด์ปลาสลิดติดบ้านไว้ 3 กลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มผู้บริโภคที่แท้จริง, กลุ่มตัวแทนจำหน่าย และกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่ไม่ต้องลงทุน เพียงแต่ทำหน้าที่หาลูกค้าให้ แล้วก็ได้ เปอร์เซ็นต์ไป ซึ่งตอนนี้เธอก็ได้วางแผนด้านการบริหารจัดการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีการเปิดแฟรนไชส์สำหรับผู้ที่สนใจอีกด้วย “ด้วยความที่ดิฉันไม่ได้อยู่เมืองไทยมานาน พอเริ่มต้นธุรกิจใหม่ แน่นอนว่าก็เหมือนเราเริ่มต้นจากศูนย์เลย คือ นอกจากวางแผนธุรกิจแล้ว เรายังต้องหาลูกค้าใหม่ๆ หาพันธมิตรใหม่ๆ รวมทั้งต้องวางแผนการตลาดใหม่ทั้งหมดด้วย ตอนนี้สินค้าแบรนด์ปลาสลิดติดบ้าน มีทั้ง ‘ปลาสลิดฟิลเลต์’ คือเนื้อปลาสลิดที่แล่แล้ว ‘ปลาสลิดแดดเดียว’ ปลาสลิดพร้อมทอด และ ‘ปลาสลิดแบบที่ทอดแล้ว’ ซึ่งสินค้าทั้ง 3 ประเภทนี้จะถูกบรรจุในแพ็กเกจจิ้งอย่างดีเมื่อลูกค้าซื้อไปแล้วยังสามารถใช้วิธีทอดได้ทั้งหม้อทอดไร้น้ามัน หรือจะทอดโดยใช้กระทะปกติและใช้น้ำมันก็ได้

สำหรับช่องทางออนไลน์ ลูกค้าสามารถอัพเดตรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปลาสลิดติดบ้าน ได้ที่ Facebook FANPAGE : ปลาสลิดติดบ้าน Website www.tidbarn.com และ Line : @ปลาสลิดติดบ้าน และในอนาคตอันใกล้นี้ เราก็กำลังติดต่อเพื่อนำสินค้าเข้าไปขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ตาม ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งตามร้านอาหารต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการเปิดแฟรนไชส์และรับตัวแทนจำหน่ายตามภาคต่างๆ ของประเทศไทยอีกด้วยค่ะ” 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Spread the love
Next Post

อินฟอร์มาฯ จัดงาน ASE 2020 นวัตกรรมที่สุดในภูมิภาคอาเซียน 23-26 กย.นี้ที่ไบเทค บางนา

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จัดมหกรรมอุตสาหกรรมด้านพลังงานทดแทน และยานยนต์ไฟฟ้า เสริมทัพพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชนพร้อมหน้า แสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยี และสัมมนาด้านวิชาการ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย รับชีวิตวิถีใหม่ หลังวิกฤตโควิด พร้อมเปิดงาน 23 กันยายนนี้ แน่นอน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (JGSEE) และภาคเอกชน จัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2020 (ASE 2020) งานแสดงนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อมที่ครบครันที่สุดในภูมิภาคอาเซียน งานแรกของปี ในวันที่ 23-26 กันยายน นี้ ที่ […]