Jardin Du Boeuf ร้านสเต็กใหม่ล่าสุด ที่มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน ภายใต้ธีม สเต็กแห่งอนาคต

Apisara
2 0
Read Time:3 Minute, 43 Second

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565- กรุงเทพฯ ยินดีต้อนรับ Jardin Du Boeuf ร้านสเต็กใหม่ล่าสุดที่มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน อาหารที่มาจากจริยธรรม และรสชาติ เชฟดอน สุจิธ เปรมาลาล เริ่มเปิดให้บริการเมื่อไม่นานมานี้ ร้านตั้งอยู่ที่โรงแรมซอมเมอร์เซ็ท พระราม 9 นำทีมพร้อมประสบการณ์การรับประทานอาหารที่หลากหลายภายใต้ธีม สเต็กแห่งอนาคต ผ่านวิสัยทัศน์และวัฒนธรรมการทานอาหารมุ่งเน้นที่ความยั่งยืน และความสัมพันธ์ที่แสดงถึงการเคารพซึ่งกันและกันระหว่างมนุษย์และต้นกำเนิดที่มาที่ไปของอาหารทุกคำ Jardin Du Boeuf นำเสนอความสดใหม่ บรรยากาศร้านที่ดูสบายตลอดทั้งวัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เชฟดอน สุจิธ เปรมาลาล และทีมของ Jardin Du Boeuf ถือว่าได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ด้วยความรู้ความเข้าใจในส่วนผสมที่ดีที่สุดอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวากิวที่เลี้ยงด้วยหญ้าเท่านั้น อาหารที่ตรงจากชาวประมง และไวน์ออร์แกนิคที่เลือกคัดมาอย่างดีเพื่อการผสมผสานของมื้ออาหารที่ลงตัว คัดสรรไวน์จากไร่องุ่นออร์แกนิคแบบไบโอไดนามิคปลอดสารเคมีจากทั่วโลกเพื่อให้เข้ากับเมนูอาหารอย่างดีที่สุด เมนูดาวเด่นที่นำเสนอได้แก่ เนื้อแบบจากวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้าผ่านการบ่มแห้ง หรือ Dry Age เช่น สเต็กเนื้อวากิวเนื้อลายสวย และเนื้อสันติดมันหรือสตริปลอยน์ ซี่โครงแกะเสริฟ์กับซอสเครืองเทศโมรอคโก ต้นหอมย่างกับไขมันวัวที่จะทานเล่นหรือทานกับสเต็กก็เข้าคู่กันได้เป็นอย่างดี และอาหารอื่นๆอีกมากมายและที่ขาดไม่ได้ของหวานสำหรับปิดมื้อ อาหารส่วนใหญ่มาในรูปแบบการแชร์ทานร่วมกัน แต่ก็เหมาะกับการทานคนเดียวได้เช่นกัน เมนูต่างๆมีให้เลือกแบบสั่งตามเมนูที่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าจนถึงมื้อค่ำ รวมถึงเซทเมนูพิเศษที่จัดเป็นคอร์สอีกด้วย

นำทีมโดยเชฟดอน สุจิธ เปรมาลาล ผู้กวาดรางวัลมามากมายพูดน้อยแต่อัดแน่นด้วยประสบการณ์และความเข้าใจวัตถุดิบ เป็นที่ยอมรับในด้านความเป็นผู้นำด้านการบ่มหมักเนื้อ กับสโลแกนสุดโปรดของเค้าคือ สเต็กที่สมบูรณ์แบบคือศาสตร์และศิลปะแห่งการทำอาหาร ผ่านสนามแห่งการปรุงอาหารมามากมายหลายสิบปี เดินทางข้ามน้ำจากประเทศศรีลังกาประเทศต้นทางของเชฟไปถึงเก็บเกี่ยวความรู้จากการทำงานที่ประเทศมัลดีฟ ก่อนจะย้ายมาที่ประเทศไทยที่เกาะภูเก็ตเมืองชายหาดที่สวยติดอันดับโลก ทำงานที่หนึ่งในร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดในการบ่มเนื้ออย่างโรงแรมอนันตราลายัน และในที่สุดได้มาร่วมทีมรังสรรค์เมนูที่ Jardin Du Boeuf

Jardin Du Boeuf ร้านแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่เปิดครัวให้นักชิมได้ลองใช้เทคนิคของตัวเองมาปรุงสเต็ก เพื่อให้ได้รสและสัมผัสที่ลูกค้าชอบจริงๆ โดยเตาทำสเต็กนี้สามารถเลือกได้ว่า จะใช้ถ่าน หรือ ไม้โกงกางจากป่าชายเลน ในการย่างเนื้อเพื่อรสชาติที่ดีที่สุดในทุกๆจาน DK Wow Ventures ภายใต้การบริหารของเชฟดีปังเกอร์ คอสลา มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีการทานอาหาร กับ ผู้คนในกรุงเทพให้ไปในทางที่ดีขึ้น มีความได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และ สร้างจริยธรรมที่ดีต่อผู้ผลิตอาหารและวัตถุดิบที่แท้จริง

ดีปังเกอร์ คอสลา จาก DK Wow Ventures กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า การเลือกซื้อสิ่งที่ดีสุดและให้สิ่งนั้นเผยและเปร่งประกายแสงในตัวออกมาเป็นมนต์ตราหนึ่งที่ DK Wow Ventures เชื่อมั่นมาเสมอ ไม่ว่าการใช้เนื้อวัวจากธรรมชาติไปจนถึงอาหารทะเลแบบยั่งยืน ผลิตผลจากฟาร์มขนาดเล็กไปจนถึงผู้ผลิตชีส ที่ใส่ใจต่อการเป็นอยู่ของผู้คน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ผ่านมานั้น เราได้ใช้เวลาพูดคุย ทำความรู้จักกับเกษตรกร เจ้าของฟาร์ม ชาวประมง และผู้ผลิตที่มีหลักการความคิดที่คล้ายกันกับเรา จนพัฒนามาเป็นคู่ค้าคนสำคัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของร้าน และเป็นผู้ร่วมสร้างร้านสเต็กแห่งอนาคตแห่งนี้

ร้านอาหารในเครือของเราทั้งในประเทศไทย เริ่มจากการสร้างรากฐาน รวมไปถึงภาพลักษณ์คู่กันไปกับการรักษาความสมบูรณ์แบบของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงดีไซน์ของร้านที่สวยงาม ทันสมัย ตามคอนเซปต์ของแบรนด์ต่างๆ และการสร้างแนวทางปฏิบัติและวัฒนธรรมองค์กรต่อพนักงานของเราทุกคน เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความสามารถและเป็นตัวเองมากที่สุด เพื่อให้เกิดการบริการลูกค้าอย่างดีจากใจ โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ ความสุขและสบายใจจากแขกทุกท่านในการมาใช้บริการที่ร้านอาหารของเรา

เราใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าคุณจะมาเพื่อใช้เวลากับเครื่องดื่มสักแก้ว หรือ เบอร์เกอร์สักชิ้น หรือ มื้อพิเศษเพื่อฉลองเรื่องราวๆดี เราหวังว่า Jardin Du Boeuf จะได้เป็นส่วนหนึ่งของวันนั้นๆของคุณ และกลายเป็นร้านโปรดของลูกค้าหลากหลายรูปแบบ”

Happy
Happy
100 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Spread the love
Next Post

“ปองพล” เปิดงาน “บุกตะวันออกกลาง 2022” กลุ่มบ.อักษรา ขนผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ เปิดโอกาสส่งออกสินค้าไทย สร้างรายได้ฯ

นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเป็นประธานเปิดงาน สัมมนาในหัวข้อ “บุกตะวันออกกลาง 2022” ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มบริษัทอักษรา โดยมี คุณอักษราภัค ปรัชญากุลวรา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทอักษรา นายปรพล อดิเรกสาร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและสังคม นายพิกิฐ ศรีชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รวมถึง อดีตเอกอัครราชทูต และอดีตกงสุลใหญ่มาให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับตะวันออกกลาง ทั้งนี้ นายปองพล รู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการจัดสัมมนาครั้งนี้ ที่สำคัญ เป็นการแชร์ข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ตรง ทั้งในมุมมองของตัวแทนจากภาครัฐ ที่เคยทำงานอยู่ในประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง และในมุมมองของตัวแทนภาคเอกชนที่เข้าไปบุกเบิกตลาดในกลุ่มประเทศ GCC ซึ่งวิทยากรแต่ละคน นับเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์ทำงานมีความรู้ ความเข้าใจในพื้นฐานวัฒนธรรม ความต้องการของตลาดโลกอาหรับ ตลอดจนข้อพึงระวังทำธุรกิจกับกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจ เตรียมความพร้อมในการทำแผนธุรกิจ แผนการตลาดก่อนที่จะเข้าไปประกอบธุรกิจ ขยายตลาดไปยังภูมิภาคนี้ ตนในฐานะที่เคยเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบายด้านต่างประเทศในภาพรวมของประเทศไทย ทราบดีว่า สินค้าไทยที่มีมาตรฐานหลายประเภท เป็นที่ต้องการในตลาดโลก […]

You May Like